ปาฏิหาริย์ตะกรุดไฮเทค มีคลื่นพลังเตือน..สั่งให้หลีกภัย

คอลัมน์ เหนือฟ้าใ้ต้บาดาล
โดย ก้อง กังฟู

ความศรัทธา…เป็น พลังของความเชื่อถือ และยึดมั่นต่อสิ่งนั้นๆอย่างมีสติ มิใช่มากล้นจนหลงใหล แต่อาจมีการเปลี่ยนในปริมาณได้บางเวลา คือ อาจเพิ่มพูน หรือเสื่อมสลายลงเมื่อใดก็ได้…โดยไม่มีกำหนดวาระและกฎเกณฑ์

นาวาอากาศตรี ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน อดีตนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทย ที่มีความสามารถ เก่งกาจจนได้รับการบันทึกว่าเป็น ซุปเปอร์สตาร์ ดาราเอเชีย…ทั้งเพื่อนร่วมทีม และแฟนบอลมี ความเชื่อมั่นศรัทธากับตัวเขาในทักษะของเกม

…แต่ในบางลีลา ตัวเขาเองกลับศรัทธาต่อเครื่องรางของขลัง ด้วยเพิ่มความมั่นใจว่า ช่วยให้สิ่งต่างๆเกิดความสำเร็จได้ เหนือจากความสามารถของตนเอง

ดาวซัลโวลูกหนัง…เกิดความมั่นใจว่า ตะกรุด ของ หลวงพ่อยงยุทธ วัดไผ่เลี้ยง มีพลังส่งผลให้มีสิ่งดีๆเข้ามาในวิถี…

อย่างเช่น…หน้าที่การงานราบรื่น การเงินหมุนเวียนดี บ่อยครั้งที่ได้รับเม็ดเงินก้อนโตๆ มีผู้ใหญ่คอยค้ำชูอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อีกทั้งงานเขียนหนังสือ “เคล็ดลับการเล่นฟุตบอล” ก็มีการตอบรับจากนักอ่านเป็นอย่างดี

และยังได้รับการ ทาบทามจากโทรทัศน์หลายช่องให้ดำเนินการเป็นพิธีกรร่วม พากย์กีฬาฟุตบอล เมื่อไม่นานมานี้ได้เดินทางไปดูงานสำนักลูกหนัง เบคแคม อะคาเดมี่…ก็ยัง พกตะกรุดไปด้วย

ตะกรุดชุดนี้มี 4 ดอก 4 สีสดสวย…ซึ่ง เป็นได้ทั้งเครื่องรางของขลัง และ เครื่องประดับ ไปในตัว

…ตะกรุดสีเงิน กับ สีทอง อย่างละดอก มีชื่อรวมกันว่า “ตะกรุดรับเงินรับทอง” ภายในบรรจุผงแร่เงินล้าน ผงต้นเศรษฐี และว่านเงินไหลมา ประจุคาถาเงินล้านเสริมพลัง ในการค้าขายและการทำงานเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินเงินทอง

อีกดอกเป็น สีแดง ภายในอุดด้วย แป้งขุนแผน ว่านสาวหลงผงพิศวาส โดยรวมเอาทั้งกิ่ง ใบ รากและต้นสวาทมาบดรวมกัน แล้วประจุพลังคาถาเมตตามหานิยม เรียกตะกรุดดอกนี้ว่า “มหาเสน่ห์”

และ สีดำ…ภายในอุดด้วย ผงเหล็กไหลพันปี และมวลสารมหามงคล 299 ชนิด แล้วประจุคาถาแคล้วคลาด เรียกว่า ตะกรุดธาตุดินมหายงยุทธ

ซึ่งนอกจากจะเข้าพิธีกรรมโบราณแล้ว ยังผ่านกรรมวิธีไฮเทค ตอกโค้ดด้วยเลเซอร์ทุกดอก…

…เมื่อแล้วเสร็จ นำจำนวนหนึ่งบรรจุไว้ใต้ฐานพระอุโบสถ (ที่กำลังสร้างเกือบเสร็จแล้ว) อีกส่วนก็ จ่ายแจกแก่ศิษยานุศิษย์ที่เลื่อมใส


หลวงพ่อยงยุทธ หรือ พระครูวิมลอรรถวาที (มหายงยุทธ อุปคุตฺโต ป.ธ.3) อายุ 76 ปี เจ้าอาวาสวัดไผ่เลี้ยง เขตหนองแขม ซอยเพชรเกษม 110 กทม. บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดปากคลองมะขามเฒ่าเมื่ออายุ 13 ปี และอุปสมบทที่นั่นเมื่ออายุครบ…

…ได้ศึกษาอาคมของ หลวงปู่ศุขตั้งแต่เป็นสามเณรจนแกร่งกล้า เมื่อพ้นจาก เป็นพระนวกะแล้ว จึงได้ออกธุดงค์ปฏิบัติกิจวิปัสสนากรรมฐานโปรดสัตว์ ไปตามสถานที่ต่างๆ จนได้รับแรงศรัทธาสร้างศาสนสถานหลายแห่ง…อาทิ

วัดโปรดภาวนา อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี วัดดงประดาพระ ทุ่งโพธิ์ทอง อุทัยธานี ฯลฯ และในปี 2526 ขณะที่จะธุดงค์ลงสู่ภาคใต้ เข้ากรุงเทพมหานคร ผ่านหนองค้างพลู เขตหนองแขม ได้เทศน์โปรดแม่บุญเลี้ยงกับแม่ไผ่ 2 พี่น้อง จนเกิดแรงศรัทธาอย่างแรงกล้า จึงได้ถวายที่สวนให้และได้สร้างเป็นศาสนสถานขึ้น อีกแห่งหนึ่ง เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งศรัทธาจึงได้เอาชื่อ 2 พี่น้องมาเป็นชื่อว่า วัดไผ่เลี้ยง…แล้ว หลวงพ่อก็ได้จำวัดแห่งนี้มาจนถึงปัจจุบัน


หลวงพ่อยงยุทธ ก็ได้สืบสานกิจกรรมต่างๆตามแบบของ หลวงปู่ศุข ในทางเมตตามหานิยมอย่างสม่ำเสมอ จนเกิดแรงศรัทธา แก่บุคคลทั่วไปทั้งใกล้และไกลวัด


มีรายหนึ่งคือ ร้อยตำรวจโท จินตศักดิ์ สิทธิคง ซึ่งปฏิบัติราชการ อยู่ที่จังหวัดปัตตานีไม่เคยรู้จักกับ หลวงพ่อยงยุทธ มาก่อนเลย เมื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อนๆชวนแวะไปที่วัดไผ่เลี้ยง…

ครั้งแรกที่พบแทบไม่อยากจะเข้าใกล้ด้วยเห็นหน้าตาดุ ต่อเมื่อได้เจรจา จึงเกิดศรัทธา ด้วยเป็นผู้ที่มีพลังแห่งเมตตาจึงได้ฝากตัวเป็นศิษย์ พอหลวงพ่อรู้ว่าปฏิบัติราชการ ในพื้นที่เสี่ยงภัยจึงได้ มอบตะกรุดไว้เผื่อ (เน้นคำว่าเผื่อ) จะ มีพลังไว้ป้องกันตัว

หลังจากที่ได้ตะกรุดมาก็มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปในทางดี ซึ่งตอนปฏิบัติราชการ ไม่เคยเดินผ่านแผงลอตเตอรี่เลย มีวันหนึ่งบังเอิญผ่านก็เลยลองซื้อดู และก็ มีโชค กับเขาจริงๆแม้เป็นเม็ดเงินที่ไม่มากนัก มันก็สร้างความดีใจ และ ศรัทธา

และที่เด่นชัดคือการมีเมตตามหานิยม เพื่อนฝูงผู้ใต้บังคับบัญชามีความเชื่อฟังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อีกทั้งเจ้านายก็เรียกหาอยู่เป็นประจำ…และได้เลื่อนเงินเดือนขึ้น 2 ขั้น

ที่แปลกมากคือในยามที่จะมีภัยหรือเหตุการณ์ มักจะมีอะไร ที่เป็นสัญญาณเตือนให้รู้ก่อน เป็นคล้ายๆกับมีอะไรลึกลับ มาสั่งการหรือจิตสังหรณ์…

อย่าง…ในช่วงที่กำลังเดินทางเมื่อมีปรากฏการณ์อย่างนี้ จะต้องหยุดก่อนซักระยะหนึ่ง แล้วค่อยเดินทางต่อ ซึ่งก็ปรากฏว่าเกิดเหตุร้ายขึ้น คือถ้าไม่หยุดก็จะเป็นจังหวะ ที่โดนพอดี…และมีสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้งเช่นกัน

ซึ่ง หมวดจินตศักดิ์ ก็บอกว่า…กับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่ว่ากลัวแล้วหลีกเลี่ยง แต่มันเป็นพลังของการแคล้วคลาด…

…จะหลีกเลี่ยงหรือแคล้วคลาดก็คงไม่มีใครกังขา เพราะ Safety First หรือ ปลอดภัยไว้ก่อน …เป็นดีที่ซู้ด…!!!

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก ไทยรัฐ

This entry was posted in Uncategorized and tagged . Bookmark the permalink.

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>